การนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow ภายในองค์กร

ทำไมต้องใช้ ISO ในการพัฒนา Workflow ISO ?

มาตรฐาน ISO เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนา Workflow ภายในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล มาตรฐาน ISO จะช่วยให้การดำเนินงานในองค์กรเป็นระเบียบและมีความโปร่งใส ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการลดความเสี่ยงและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า

ประโยชน์การใช้มาตรฐาน ISO ในการพัฒนา Workflow

  • เพิ่มคุณภาพในการทำงาน: ISO ช่วยให้กระบวนการทำงานในองค์กรมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะมีมาตรฐานในการทำงานที่ชัดเจน
  • การควบคุมที่ดี: การพัฒนา Workflow ตาม ISO จะทำให้สามารถควบคุมทุกขั้นตอนของกระบวนการทำงานได้ดีขึ้น
  • ลดความผิดพลาด: การมีมาตรฐานที่เป็นระเบียบช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานที่ไม่เป็นระเบียบ
  • การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: ISO สนับสนุนให้มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • สนใจบริการสแกนเอกสาร และบันทึกข้อมูล โทร.02-551-2097 กด 463

    มาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Workflow

    การนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow ภายในองค์กรจะต้องเลือกมาตรฐานที่เหมาะสมกับประเภทขององค์กรและกระบวนการทำงานที่ต้องการพัฒนา

  • ISO 9001:2015 (Quality Management System)
  • เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของกระบวนการทำงานในองค์กร โดยมุ่งเน้นที่การปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

  • ISO 14001:2015 (Environmental Management System)
  • มาตรฐานนี้ใช้ในการพัฒนา Workflow ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยช่วยให้กระบวนการทำงานในองค์กรไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

  • ISO 45001:2018 (Occupational Health and Safety Management System)
  • ใช้ในการพัฒนา Workflow ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสุขภาพในที่ทำงาน ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานได้ดีขึ้น

    ขั้นตอนในการนำ ISO มาปรับใช้ใน Workflow

    การนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow ภายในองค์กรมีขั้นตอนที่สามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • วิเคราะห์กระบวนการทำงานปัจจุบัน
  • ขั้นแรกในการพัฒนา Workflow คือการวิเคราะห์กระบวนการทำงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อหาจุดที่สามารถปรับปรุงได้ ซึ่งจะต้องมองหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น กระบวนการที่ใช้เวลานานเกินไป ขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน หรือกระบวนการที่ไม่สามารถประเมินผลได้อย่างชัดเจน การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้ทราบถึงจุดอ่อนที่ต้องพัฒนา

  • เลือกมาตรฐาน ISO ที่เหมาะสม
  • เมื่อได้ทำการวิเคราะห์กระบวนการทำงานแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเลือกมาตรฐาน ISO ที่จะนำมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานนั้น ๆ ซึ่งมาตรฐานที่เลือกจะต้องเหมาะสมกับลักษณะขององค์กรและประเภทของงานที่ต้องการพัฒนา เช่น หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพ ควรเลือกใช้ ISO 9001, หากเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ก็จะเป็นตัวเลือกที่ดี

  • ออกแบบ Workflow ใหม่
  • ขั้นตอนนี้คือการออกแบบ Workflow ใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO ที่เลือก โดยการออกแบบต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและความเหมาะสมกับกระบวนการทำงาน ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่องมือ Flowchart หรือ SOP (Standard Operating Procedure) จะช่วยให้สามารถออกแบบกระบวนการทำงานได้ชัดเจนและสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย

  • อบรมและสื่อสารให้ทีมงานเข้าใจ
  • หลังจากออกแบบ Workflow ใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือการอบรมพนักงานให้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานใหม่ และสามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO ได้ การอบรมอาจทำได้ผ่านการจัดสัมมนา การอบรมในที่ทำงาน หรือการใช้เอกสารอธิบายการทำงาน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับกระบวนการใหม่

  • การตรวจสอบและประเมินผล
  • หลังจากดำเนินการตาม Workflow ใหม่แล้ว การตรวจสอบและประเมินผลเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนา Workflow ให้มีประสิทธิภาพ การประเมินผลสามารถทำได้จากการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการทำงาน ผลลัพธ์ที่ได้ หรือข้อเสนอแนะจากพนักงาน การประเมินผลนี้จะช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

    ประโยชน์ของการใช้ ISO ในการพัฒนา Workflow

    การนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow ภายในองค์กรมีประโยชน์มากมาย

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ISO ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างมีระเบียบ โดยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและลดข้อผิดพลาด ทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • การควบคุมที่ดียิ่งขึ้น
  • ISO ช่วยให้การทำงานสามารถตรวจสอบและประเมินผลได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้สามารถควบคุมกระบวนการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

  • ความสามารถในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  • ISO ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยการประเมินผลและทำการปรับปรุงตามคำแนะนำของการตรวจสอบ ซึ่งทำให้กระบวนการทำงานไม่หยุดนิ่งและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

  • ลดความเสี่ยง
  • การพัฒนา Workflow ตามมาตรฐาน ISO จะช่วยให้สามารถระบุและจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เข้าสู่ยุค Digital Workplace ด้วยโปรแกรมอนุมัติเอกสารออนไลน์
    สนใจบริการสแกนเอกสาร และบันทึกข้อมูล โทร.02-551-2097 กด 463

    สรุป

    การนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow ภายในองค์กรช่วยให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและสามารถควบคุมการทำงานได้ดียิ่งขึ้น มาตรฐาน ISO ช่วยเสริมสร้างคุณภาพ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และการลดความเสี่ยงในการทำงาน หากองค์กรสามารถนำ ISO มาใช้ในการพัฒนา Workflow อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น